ข่าวสารกรุงเทพฯ

ปีนี้ข้าวขาดตลาดทั่วโลก หนักสุดในรอบ 20 ปี จังหวะไทยมาแล้ว?


มีรายงานว่าโลกกำลังจะเข้าสู่ภาวะขาดแคลนข้าวครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 20 ปี และจะมีผลกระทบกับประเทศผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ๆ

และแน่นอนสิ่งที่ตามมา คือ ราคาข้าวก็จะเพิ่มสูงขึ้นในรอบ 10 ปีด้วย ส่งผลกับผู้คนที่บริโภคข้าวมากกว่า 3.5 พันล้านคนทั่วโลก โดยเฉพาะในพื้นที่เอเชียแปซิกฟิก ที่บริโภคข้าวเป็นส่วนใหญ่

จากรายงานของ Fitch Solutions Country Risk & Industry Research คาดการณ์ว่า ปริมาณการขาดแคลนผลผลิตข้าวทั่วโลกในปี 2565/2566 จะอยู่ที่ 8.7 ล้านตัน ซึ่งถือเป็นการขาดดุลข้าวทั่วโลกที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2546/2547 ที่ตอนนั้นตลาดข้าวมีกำลังการผลิตขาดดุลมากถึง 18.6 ล้านตัน

นักวิเคราะห์มองว่า เนื่องจากข้าวถือเป็นสินค้าอาหารหลักในหลายประเทศเอเชีย ราคาข้าวจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อของราคาอาหาร ดังนั้นสถานการณ์นี้คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจึงหนีไม่พ้นกลุ่มครัวเรือนที่มีฐานะยากจน

[ ทำไมข้าวถึงขาดตลาด ]

สถานการณ์ข้าวขาดตลาด สาเหตุหนึ่งมาจากสงครามสู้รบรัสเซีย-ยูเครน ที่ทำให้ราคาธัญพืชหลักอื่นๆ พุ่งขึ้น จนผู้คนส่วนหนึ่งหันไปบริโภคข้าวทดแทน ยิ่งส่งผลให้ข้าวกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากขึ้น และแน่นอนว่าความต้องการผลผลิตข้าวก็มากขึ้นตาม

แต่อีกสาเหตุสำคัญจริง ๆ มาจากปัญหาของสภาพอากาศที่เลวร้ายลงจนส่งผลต่อกำลังการผลิต โดยเฉพาะในประเทศที่ทำการเพาะปลูกและผลิตข้าวส่งออกรายใหญ่อย่างจีน

ต้ังแต่กลางปี 2565 เป็นต้นมา พื้นที่การเกษตรในจีน ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลกได้รับผลกระทบจากมรสุมฤดูร้อนและน้ำท่วมอย่างหนัก จนส่งผลเสียหายต่อพื้นที่ศูนย์กลางการผลิตข้าวที่สำคัญในมณฑลกว่างซี และกวางตุ้ง ทำให้ผลผลิตประจำปีลดลง

จะเห็นว่าสถานการณ์อากาศเปลี่ยนแปลงแบบเลวร้าย จนเกิดเป็นเอลนีโญที่ทำให้เกิดภัยแล้ง อุณหภูมิสูงร้อนจัด รวมทั้งผลกระทบจากน้ำท่วมรุนแรง มีผลต่อการปลูกข้าว

นอกจากนี้พื้นที่ผลิตข้าวในประเทศอื่นๆ ก็มีรายงานว่าลดลงทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นในสหรัฐฯ สหภาพยุโรป ฯลฯ

ส่วนอีกหนึ่งประเทศผู้ผลิตและส่งออกสำคัญอย่าง อินเดีย ก็มีมาตรการจำกัดการส่งออกข้าวอยู่ในขณะนี้ ตั้งแต่ปลายปี 2565 มีสัญญาณว่าอินเดียมีปัญหาสต๊อกข้าวในประเทศลดลง จึงออกมาตรการจำกัดการส่งออก เก็บภาษีส่งออกข้าว 20% และเมื่อส่งออกได้น้อยลง ก็ทำให้ราคาข้าวสูงขึ้น

[ ประเทศไหนกระทบบ้าง ]

นักวิเคราะห์อาวุโสด้านอาหารและเกษตรของธนาคารราโบแบงก์ของเนเธอร์แลนด์ มองว่า สถานการณ์การขาดดุลการผลิตข้าวทั่วโลกจะเพิ่มต้นทุนการนำเข้าข้าวในปีนี้ โดยเฉพาะกับประเทศผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และประเทศในแอฟริกา

ด้านนักวิเคราะห์จากโกร อินเทลลิเจนซ์ มองว่า ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการขาดดุลการผลิตข้าวมากที่สุด คือประเทศที่กำลังมีปัญหาเงินเฟ้อราคาอาหารภายในประเทศสูงอยู่แล้วเป็นทุนเดิม เช่น ปากีสถาน ตุรกี ซีเรีย และบางประเทศในแอฟริกา

อย่างไรก็ตาม Fitch Solutions ประเมินว่าสถานการณ์ขาดแคลนข้าวจะเกิดขึ้นแค่ในปีนี้ และปีหน้าจะเริ่มผ่อนคลายลง โดยปีหน้าราคาข้าวก็น่าจะลดลงมาในลักษณะกลับมาเกินดุลในช่วงปี 2567/2568 และผลผลิตรวมจะพิ่มขึ้น 2.5% โดยรายงานของ Fitch Solutions ยังคาดว่าอินเดียจะเป็นเครื่องยนต์หลักของผลผลิตข้าวทั่วโลกในอีก 5 ปีข้างหน้า

แต่อย่าลืมว่าสุดท้ายยังมีปัจจัยที่ควบคุมได้ยากคือ การผลิตข้าวยังคงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นสำคัญ โดยเฉพาะปีนี้ที่มีความกังวลเรื่องเอลนีโญ อากาศร้อนและแห้งแล้งในพื้นที่ปลูกข้าว ซึ่งก็เกิดขึ้นทั้งในจีนและหลายประเทศในยุโรป

[ โอกาสไทยสปีดส่งออกข้าว ]

เมื่อหลายประเทศกังวลเรื่องกำลังการผลิตข้าว จนต้องมีการสต๊อกข้าวดิบเพิ่ม เพราะภาคการผลิตในประเทศตัวเองลดลงจากปัญหาเอลนีโญ

ผลคือความเคลื่อนไหวตอนนี้หลายประเทศขยับเรื่องการซื้อข้าวเข้าประเทศมากขึ้น จนทำให้ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะอินเดียที่เป็นตลาดส่งออกสำคัญก็ยังอยู่ในช่วงจำกัดการส่งออก

ทำให้คาดการณ์ว่าปีนี้ประเทศไทยน่าจะส่งออกข้าวได้ในราคาดีขึ้น (ด้านหนึ่งราคาขายข้าวในไทยก็คาดว่าจะเพิ่มขึ้นด้วย ส่วนประโยชน์จะถึงเกษตรกรกี่มากน้อยอันนี้เป็นเรื่องต้องดูกันต่อไป)

แต่อย่างไรซะโอกาสนี้ก็ต้องไม่ลืมคู่แข่งขาประจำที่จะกระโดดเข้ามาจังหวะเดียวกันกับไทยอย่างเวียดนามด้วยเช่นกัน

อ้างอิง:

https://www.cnbc.com/2023/04/19/global-rice-shortage-is-set-to-be-the-largest-in-20-years-heres-why.html





Source link