ข่าวสารกรุงเทพฯ

ย้อนรอยคดีเหี้ยม! ‘8 ฆาตกรโหด’ ฆ่าต่อเนื่องสุดเลือดเย็นในเมืองไทย | เดลินิวส์


จากคดีสะเทือนขวัญ เมื่อตำรวจ บช.ก. สนธิกำลัง เข้าจับกุม นางสรารัตน์ รังสิวุฒาพรณ์ หรือ “แอม” ภรรยาของนายตำรวจระดับ รองผกก. สังกัด บก.ภ.จว.ราชบุรี หลังตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ คดีฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เนื่องจากพบสารพิษในในร่างกายของเพื่อนสาวชาว จ.กาญจนบุรี ที่ไปเที่ยวด้วยกัน โดยมีมูลเหตุมาจากเรื่องหวังในทรัพย์สิน รวมถึงประเด็นการฆ่าล้างหนี้ โดยภายหลังยังพบว่า พฤติกรรมของ แอม ไปเกี่ยวโยงกับการเสียชีวิตปริศนาของบุคคลอีกนับ 10 ราย ที่มีลักษณะเดียวกัน ดังที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

“แอม ฆาตกรต่อเนื่อง”นอนคุก ตร.ค้านประกันหวั่นข่มขู่พยาน…

หากให้ทุกคนพูดถึงคดีสุดโหดที่สุดในประเทศไทย ให้ยกกันมาคนละ 1 เรื่อง เชื่อว่าทุกคนคงไม่รู้จะยกเรื่องอะไรให้เป็นที่หนึ่ง เพราะทุกเรื่องยังคงสร้างความผวา ความสะเทือนขวัญมาก และไม่ต่างกันเท่าไร และยิ่งคดีในประเทศไทย มีหลายร้อยคดีนับไม่ถ้วน อีกทั้งคดีฆาตกรรมในไทย ณ ปัจจุบัน นับวันยิ่งทวีคูณความรุนแรงมาก ซึ่งบางเคสมีการวางแผนไว้เป็นอย่างดี ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องทำงานหนักและไขคดีเป็นเดือน วันนี้ “เดลินิวส์ออนไลน์” พาทุกคนย้อนรอยไอ้เหี้ยม? ‘8 ฆาตกรโหด’ ฆ่าต่อเนื่องสุดเลือดเย็นในประเทศไทย มาให้อ่านกัน 

1. “บุญเพ็งหีบเหล็ก” นักโทษรายสุดท้าย ที่ถูกประหารด้วยการตัดคอ โดยเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 นายบุญเพ็งก่อเหตุฆ่าหั่นศพอย่างโหดเหี้ยมถึง 7 ศพ พื้นเพของนายบุญเพ็งมีพ่อเป็นชาวจีน และแม่เป็นคนลาว เกิดที่เมืองอุเทน มณฑลอุดร พออายุได้ 5 ขวบ ได้ย้ายมาศัยอยู่กับญาติในย่านบางขุนพรหม อุปนิสัยของบุญเพ็งไม่ชอบทำงานแต่สนใจในวิชาอาคมและไสยศาสตร์ อีกทั้งมีความเชื่อเรื่องหมอดู ทุกครั้งที่เขาลงมือฆ่า เขาใช้ของมีคมสังหารเหยื่อ แล้วหั่นศพ ก่อนนำศพใส่หีบเหล็กถ่วงน้ำ ภายหลังต่อมา บุญเพ็งเป็นนักโทษประหารชีวิตคนสุดท้าย ที่ถูกสังหารโดยการตัดคอ ซึ่งมีการเล่าต่อกันมาว่า ในตอนแรกขณะที่ประหาร เพชฌฆาตไม่สามารถตัดคอเขาได้ เนื่องจากความแก่กล้าในคาถาอาคม อย่างไรก็ตาม ศพฝังอยู่ที่ป่าช้า และทำพิธีกรรมทางศาสนาที่วัดภาษี เขตวัฒนา ริมคลองแสนแสบ ปัจจุบันมีศาลบูชาบุญเพ็ง ซึ่งบุคคลในวัดจะเรียกบุญเพ็งว่า “ลุงบุญเพ็ง” และยังเชื่อว่าหีบเหล็กทั้ง 7 ใบนั้น ถูกฝังอยู่ใต้ศาลที่วัด

2. “ซีอุย” ฆาตรกรโหดที่ถูกตราหน้าว่าเป็น “มนุษย์กินคน” โดยเขาเป็นชาวจีนที่ถูกประหารชีวิตฐานฆ่าเด็ก เขาถูกจับกุมฐานฆ่าเด็กที่จังหวัดระยอง ในปี 2501 ต่อมาตำรวจสืบสวนจนได้คำรับสารภาพจากซีอุยว่า ก่อคดีอีกอย่างน้อย 6 คดีในช่วงปี พ.ศ. 2497-2501 แบ่งเป็นที่ประจวบคีรีขันธ์ 4 คดี กรุงเทพมหานครและนครปฐม แห่งละ 1 คดี ศาลอุทธรณ์ตัดสินประหารชีวิต อย่างไรก็ตามสื่อมวลชนในขณะนั้น เขียนว่าศพในคดีที่ซีอุยรับสารภาพมีการหั่นศพและอวัยวะภายในหายไป ทำให้มีข่าวว่าซีอุยเป็นมนุษย์กินคน ศพของซีอุยเดิมถูกเก็บไว้ที่โรงพยาบาลศิริราช ต่อมามีการนำเอาเรื่องชีวิตของเขามาสร้างเป็นละครโทรทัศน์รวมถึงภาพยนตร์ ภายหลัง พ.ศ. 2562 มีกระแสเรียกร้องทางอินเทอร์เน็ตให้มีการนำศพซีอุยออกจากโรงพยาบาลศิริราช เพราะเห็นว่าซีอุยไม่ใช่ฆาตกรตัวจริงของเหยื่อทั้งหมดสุดท้ายมีการฌาปนกิจใน พ.ศ. 2563

3. “สมคิด พุ่มพวง” หรือฉายา คิดเดอะริปเปอร์ เป็นฆาตกรต่อเนื่องที่ก่อคดีฆาตกรรมในช่วง พ.ศ. 2548 และ พ.ศ. 2562 เขามีรูปแบบการฆาตกรรมด้วยการบีบคอ กดน้ำ และรัดคอเหยื่อ เขาถูกจับกุมที่จังหวัดชัยภูมิในคดีฆาตกรรมหมอนวดที่จังหวัดบุรีรัมย์ ศาลอุทธรณ์และฎีกาตัดสินจำคุกตลอดชีวิตทั้ง 5 คดี สมคิด พุ่มพวง ได้รับการลดโทษลงมาเรื่อย ๆ ตามหลักเกณฑ์ เนื่องจากประพฤติตัวดี เขาจึงถูกย้ายออกจากเรือนจำกลางบางขวาง กลับภูมิลำเนามาอยู่ที่เรือนจำหนองคาย ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2562 แต่ก็ได้ก่อคดีฆาตกรรมซ้ำอีกครั้งในวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2562 โดยเหยื่อทั้งหมดที่ฆ่าคือสาว 5 ราย ก่อนถูกศาลสั่งประหารชีวิต

4. “นิรุต” หรือ จำลอง สอนคำหาร หรือที่รู้จักกันในชื่อ ฆาตกรรถกระบะ เป็นฆาตกรที่วางยาพิษคนขับรถรับจ้าง 9 รายติดต่อกันในช่วงปี พ.ศ. 2554-2555 ก่อนนำเหยื่อไปทิ้งไว้ข้างถนนแล้วขโมยรถไปขาย เขาถูกจับกุมที่ห้องพักในจังหวัดนครปฐม วันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 เขาได้ฆ่าตัวตายในห้องขังสถานีตำรวจภูธรคลองวาฬ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

5. “ไอ้หื่นซิกซ์แพก” ฆาตกรต่อเนื่อง ก่อเหตุฆ่าข่มขืนหญิงชรา ต่อเนื่อง 10 คดีรวด โดยเหตุเกิดในพื้นที่ จังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม
สำหรับเหตุฆ่าข่มขืนต่อเนื่องทั้ง 10 คดีนั้น เริ่มตั้งแต่
– เวลา 23.00 น. วันที่ 26 ก.ย. 53 คนร้ายบุกเข้าไปข่มขืนหญิงชราวัย 70 ปี ที่อยู่บ้านคนเดียว ท้องที่ สภ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร
– เวลา 02.00 น. วันที่ 10 พ.ย. 53 ท้องที่ สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม บุกเข้าไปข่มขืนหญิงชราวัย 71 ปี
– เวลา 01.00 น. วันที่ 8 ม.ค. 55 ท้องที่ สภ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม คนร้ายเข้าไปข่มขืนฆ่าหญิงชราอายุ 61 ปี ที่อยู่บ้านเพียงลำพัง
– เวลา 03.00 น. วันที่ 8 ธ.ค. 55 ท้องที่ สภ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ครั้งนี้คนร้ายข่มขืนหญิงชราอายุ 70 ปี ที่บ้านกลางสวนผลไม้
– เวลา 03.00 น. วันที่ 6 ธ.ค. 55 ท้องที่ สภ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม คนร้ายบุกเข้าไปข่มขืนสาวใหญ่วัย 59 ปี
– เวลา 03.40 น. วันที่ 16 ธ.ค. 55 ท้องที่ สภ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม คนร้ายบุกเข้าไปข่มขืนสาวใหญ่วัย 47 ปี
– เวลา 23.00 น.วันที่ 23 มี.ค. 56 คนร้ายบุกเข้าไปข่มขืนหญิงชราวัย 75 ปี เหตุเกิดท้องที่ สภ.สามพราน จ.นครปฐม
– เวลา 00.30 น. วันที่ 11 มิ.ย. 56 ท้องที่ สภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม คนร้ายบุกเข้าไปข่มขืนแล้วฆ่าหญิงชราวัย 78 ปี
– ข่มขืนหญิงวัย 39 ท้องที่ สภ.สภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม
– เวลา 01.00 น. วันที่ 25 ม.ค. สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม รับแจ้งมีแม่เฒ่า อายุ 71 ปี ถูกข่มขืน ในบ้านแห่งหนึ่ง อ.นครชัยศรี

6. “หนุ่ย ขุนเดช” หรือรู้จักในนาม ติ๊งต่าง เป็นคนร้ายที่ก่อคดีข่มขืนและฆาตกรรมเด็ก 10 คดี เขาเคยถูกจับกุมในคดีพยายามทำอนาจารเด็กผู้หญิงที่อำเภอเปือยน้อยใน พ.ศ. 2551 ก่อนเขาจะพ้นโทษใน พ.ศ. 2555 และเขาได้ก่อคดีข่มขืนเด็กอีกครั้งในช่วง พ.ศ. 2556 เขาถูกจับกุมในจังหวัดหนองคายในคดีฆาตกรรมและข่มขืนเด็กข้างสถานีรถไฟฟ้าแบริ่ง ซึ่งต่อมาเขาได้สารภาพว่า ข่มขืนเด็ก 10 ราย และฆาตกรรมเด็ก 4 ราย ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาจำคุกตลอดชีวิตในคดีฆาตกรรมเด็ก 4 คดี

7. “ไอ้บังจิมมี่ 3 ศพ” เป็นฆาตรกรโหดสังหาร เหยื่ออำมหิต 3 ศพรวด ศพแรกชื่อนายศุภร อายุ 25 ปี คนเก็บของเก่า ถูกพบใต้สะพานแก้ว ฝั่งเมืองใหม่ หลังตลาดรังสิต ส่วนศพที่ 2 ชื่อ นางสุภาพรรณ อายุ 38 ปี พบจมน้ำอยู่ในคลองหนึ่ง ใกล้กับสถาบันธัญญารักษ์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ทั้ง 2 ศพ ถูกมัดมือไพล่หลังด้วยสายไฟและใช้มีดแทงตามร่างกาย ส่วนเหยื่อคนที่ 3 นายเสถียร ศรชัย อายุ 40 ปี คนเก็บของเก่า ถูกมัดมือไพล่หลังและใช้มีดเชือดคอ ทิ้งไว้ใต้ทางขึ้นดอนเมืองโทลล์เวย์ ถนนพหลโยธิน ขาเข้า อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยมีการรายงานว่าจิมมี่เป็นคนเร่ร่อนและสติไม่ดี

8. “ไอซ์หีบเหล็ก” หรือนายอภิชัย องค์วิศิษฐ์ หรือ ไอซ์ อายุ 40 ปี โดยเมื่อเดือนตุลาคม 2562 มีการบุกจับไอซ์ที่บ้านพัก หลังจากเพื่อนสนิทของเขาได้ให้การกับตำรวจว่า เคยช่วยเขาฝังศพ ซึ่งในบ้านพบยาไอซ์ บรรจุในถุงซิป พร้อมอุปกรณ์การเสพ 1 ชุด และจอมอนิเตอร์กล้องวงจรปิดใช้สำรวจความเคลื่อนไหวรอบตัวบ้าน รวมถึงร่องรอยกระสุนปืนที่ นายอภิชัย ชอบยิงใส่ฝ้าเพดานบ้านตัวเองตอนเมายาอีกหลายนัด จนรับสารภาพว่ามีการฆ่าจริง หลังนักประดาน้ำงมหาร่างและชิ้นส่วนกระดูกไปได้สักพัก ก็พบชิ้นส่วนกระดูกเพิ่มเติม รวมทั้งหมด 288 ชิ้น โดยคาดว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ศพ…

ขอบคุณข้อมูล : วิกิพีเดีย



Source link